สังเกตไหมว่าน้องแมวเกาหูบ่อยผิดปกติ สะบัดหัวไปมา และเวลาส่องเข้าไปในหูเจอ ขี้หูสีดำหรือน้ำตาลเข้ม แห้งๆ เหมือนกากกาแฟ? อาการชุดนี้คือสัญญาณคลาสสิกของ "ไรในหู" (Ear Mites) ปรสิตตัวจิ๋วชื่อ Otodectes cynotis ที่พบบ่อยมากในแมว โดยเฉพาะลูกแมว และ ติดต่อกันง่ายมาก ในบ้านที่เลี้ยงหลายตัว
ทีม Perfect Pet House รวบรวมข้อมูลจาก VCA และ PetMD มาให้เข้าใจง่ายๆ
ไรในหูคืออะไร
ไรในหูเป็นปรสิตผิวหนังชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ใน ช่องหู (บางครั้งลามมาที่ผิวหนังรอบๆ) กินเศษผิวและขี้หู ทำให้เกิดการระคายเคืองและคัน จัดเป็น ปรสิตภายนอกที่พบบ่อยเป็นอันดับสองรองจากหมัด
อาการที่สังเกตได้
- เกาหูบ่อย สะบัดหัว หรือเอียงหัว
- ขี้หูสีดำ/น้ำตาลเข้ม แห้ง เหมือนกากกาแฟ และอาจมีกลิ่นเหม็น
- หูแดง อักเสบ จากการเกาและระคายเคือง
- ในรายที่เกาหนัก อาจเกิดแผลหรือหูชั้นนอกอักเสบตามมา
ติดต่อกันง่ายแค่ไหน
ไรในหู ติดต่อกันง่ายมากผ่านการสัมผัสใกล้ชิด ระหว่างสัตว์ เช่น หมา แมว ที่อยู่ด้วยกัน (แต่ไม่ติดสู่คน) ดังนั้นถ้ามีน้องตัวหนึ่งเป็น ตัวอื่นในบ้านก็มักมีไรด้วย สัตวแพทย์ส่วนใหญ่จึง แนะนำให้รักษาสัตว์ทุกตัวในบ้านพร้อมกัน แม้ตัวที่ยังไม่แสดงอาการ เพื่อกันการติดซ้ำไปมา
ดูแลและรักษาอย่างไร
- พาไปให้สัตวแพทย์ตรวจยืนยัน — หมอจะส่องหูหรือดูขี้หูใต้กล้องจุลทรรศน์เพื่อยืนยันว่าเป็นไรจริง (อาการขี้หูดำอาจเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น ยีสต์/แบคทีเรียได้เช่นกัน)
- ใช้ ยาฆ่าปรสิตตามที่สัตวแพทย์สั่ง — เนื่องจากยา ไม่ฆ่าไข่ไร จึงต้องให้ต่อเนื่องหลายสัปดาห์จนครบวงจรชีวิตของไร (โดยทั่วไปอย่างน้อย ~3 สัปดาห์)
- ทำความสะอาดหูตามคำแนะนำ และรักษาสัตว์ทุกตัวในบ้านพร้อมกัน
- อย่าซื้อยาหยอดหูมาใช้เองโดยไม่ตรวจ เพราะถ้าไม่ใช่ไรอาจยิ่งทำให้หูแย่ลง
อาบน้ำ–เช็ดทำความสะอาดหู + สังเกตอาการระหว่างฝากเลี้ยง
ที่ Perfect Pet House บริการอาบน้ำตัดขนของเรารวมการเช็ดทำความสะอาดหูเบื้องต้นให้น้อง และพี่เลี้ยงคอยสังเกตหากน้องเกาหูหรือสะบัดหัวผิดปกติ จะรีบแจ้งเจ้าของ สำหรับน้องที่มาพัก เราดูแลแยกพื้นที่เพื่อลดการแพร่ปรสิตระหว่างกัน ใครสงสัยว่าน้องมีปัญหาเรื่องหูหรืออยากให้ช่วยดูแลระหว่างฝากเลี้ยง ปรึกษาได้ที่ย่านวัชรพล–รามอินทราครับ

